อาการผิวติดสารคืออะไร พร้อมวิธีฟื้นฟูผิวให้เนียนใสอีกครั้ง

อาการผิวติดสารคืออะไร พร้อมวิธีฟื้นฟูผิวให้เนียนใสอีกครั้ง

ช่วงนี้มีแบรนด์สกินแคร์ไวรัลเกิดขึ้นมากมาย แต่ก็มีหลายเสียงเตือนว่าบางแบรนด์อาจมีสารอันตรายที่เสี่ยงทำให้ผิวพัง วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ “ผิวติดสาร” ปัญหาที่เกิดจากการใช้ครีมที่มีสารอันตราย พร้อมวิธีป้องกันและฟื้นฟูผิวให้กลับมาสุขภาพดีอีกครั้ง

ผิวติดสารคืออะไร

“ผิวติดสาร” คือภาวะที่ผิวเกิดการพึ่งพาสารเคมีบางชนิดจากผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โดยเฉพาะสารสเตียรอยด์ (Steroids) ซึ่งมักพบในครีมหรือยาทาผิวที่ช่วยลดการอักเสบ เมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ผิวจะเคยชินกับสารเหล่านี้ และเมื่อหยุดใช้ อาจเกิดอาการผิดปกติ เช่น ผื่นแดง คัน ผิวลอก หรืออาการอักเสบต่าง ๆ ที่บ่งบอกว่าผิวกำลังสูญเสียสมดุลและระคายเคืองมากขึ้น

ผิวติดสารมีอาการอย่างไร

เมื่อผิวติดสาร อาการที่เกิดขึ้นมักปรากฏหลังจากหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารอันตรายเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยสามารถสังเกตได้จากอาการต่อไปนี้

  • ผื่นแดงและคัน : ผิวอาจเกิดผื่นแดง คันรุนแรง หรือรู้สึกร้อนและแสบได้
  • ผิวลอกและแห้งเป็นขุย : โดยเฉพาะบริเวณที่เคยใช้ครีมหรือสารเคมี
  • ผิวอักเสบและบวม : อาจมีอาการบวม เจ็บ หรืออักเสบตามจุดที่ได้รับผลกระทบ
  • ไวต่อการระคายเคือง : ผิวจะมีปฏิกิริยากับแสงแดด อากาศร้อน-เย็น หรือสารเคมีง่ายขึ้น
  • ผิวบางลง : ทำให้เห็นเส้นเลือดใต้ผิวหนังชัดขึ้น และผิวช้ำง่ายกว่าปกติ
  • ผิวมันและเกิดสิว : อาจมีสิวอักเสบ สิวหัวหนอง หรือปัญหาสิวอื่น ๆ
  • สีผิวไม่สม่ำเสมอ : อาจเกิดจุดด่างดำ หรือรอยแดงหลังจากผิวฟื้นตัว
  • ผิวหน้าแดงต่อเนื่อง : แม้ไม่ได้สัมผัสแสงแดดหรืออากาศเย็นก็ยังแดงอยู่

วิธีรักษาผิวติดสารให้กลับมาแข็งแรง

การฟื้นฟูผิวติดสารต้องใช้ความระมัดระวังและความอดทน เนื่องจากผิวเคยพึ่งพาสารเคมีและต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้กลับมาสมดุลอีกครั้ง โดยมีแนวทางหลัก ๆ ในการดูแลผิวดังนี้

ค่อย ๆ ลดการใช้สารสเตียรอยด์

  • ไม่ควรหยุดใช้ทันที เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อลดปริมาณการใช้ทีละน้อย
  • เปลี่ยนไปใช้สเตียรอยด์ที่อ่อนลง แล้วค่อย ๆ ลดความถี่ตามคำแนะนำของแพทย์

ใช้สกินแคร์ที่ช่วยฟื้นฟูผิว

  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสารกันเสียที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง
  • ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของเซราไมด์ (Ceramides) และไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) เพื่อช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว

ลดอาการอักเสบและระคายเคือง

  • หากผิวอักเสบมาก แพทย์อาจสั่งยาทาที่ไม่มีสเตียรอยด์ เพื่อลดอาการคันและผื่นแดง
  • บางกรณีอาจต้องใช้ยารับประทาน เพื่อลดการอักเสบและช่วยให้ผิวฟื้นตัว

ปรับพฤติกรรมการดูแลผิว

  • เลี่ยงแสงแดดและใช้ครีมกันแดดสูตรอ่อนโยนที่ไม่มีสารระคายเคือง
  • ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น หลีกเลี่ยงการขัดถูผิวแรง ๆ
  • งดใช้สกินแคร์ที่มีสารรุนแรงเช่น วิตามินซีเข้มข้น กรดผลไม้ (AHA, BHA) หรือเรตินอลในช่วงที่ผิวยังไม่แข็งแรง

ปรึกษาแพทย์ผิวหนังอย่างต่อเนื่อง

  • ควรเข้ารับคำแนะนำจากแพทย์ผิวหนังเป็นระยะ เพื่อให้สามารถปรับแผนการรักษาตามสภาพผิวที่เปลี่ยนแปลงได้

ดูแลจากภายในด้วยโภชนาการที่ดี

  • กินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ที่มีวิตามินซี
  • เสริมโอเมก้า-3 จากปลาหรือเมล็ดแฟลกซ์ เพื่อช่วยลดการอักเสบของผิว

แหล่งที่มา : sistacafe.com